6 กุนซือ วัยยังหนุ่ม ผู้จัดการ หนุ่ม ไฟแรง ที่สุด ในปี 2019

ผู้จัดการ หนุ่ม ไฟแรง ในวงการฟุตบอลมีดาวรุ่งนักเตะที่น่าจับตามองและผู้คนมักให้ความสนใจแต่รู้หรือไม่ว่ายุคนี้กุนซือก็มีส่วนสำคัญกับทีมไม่น้อยกว่านักเตะและในปัจจุบันก็มีกุนซือสายเลือดใหม่ก้าวเข้ามาในวงการ

โดยเฉพาะในช่วง 2 3 ฤดูกาลที่ผ่านมามีกุนซือหน้าใหม่ที่ผันตัวมาจากอดีตนักเตะก้าวเข้ามาสร้างชื่อเสียงในวงการฟุตบอลหลายต่อหลายคนและถูกจัดอันดับให้เป็น 5 กุนซือวัยหนุ่มที่น่าจับตามองมากที่สุดแม้ว่าผลงานจะยังเริ่มจะต่อกันแหละแต่หลายคนก็มีแววที่จะไปได้ไกลในอนาคตซึ่งจะมีใครบ้างที่เป็น ผู้จัดการ หนุ่ม ไฟแรง นั้นเรามาติดตามกันได้เลย

แฟรงค์ แลมพาร์ด อดีตนักเตะชื่อดังทีมชาติอังกฤษ กับการเล่นในตำแหน่งกองกลางที่เคยค้าแข้งให้กับหลายสโมสรไม่ว่าจะเป็น เวสต์แฮมยูไนเต็ ดสวอนซี เชลซี แมนเชสเตอร์ซิตี้ หรือแม้แต่ นิวยอร์กซิตี้ ซึ่งเจ้าตัวประสบความสำเร็จมากมายในการเป็นนักเตะอาชีพและแน่นอนว่ากับวัย 40 ปีที่เข้าพันตัวเองเข้าสู่วงการกุนซือซึ่งตอนนี้ได้รับสัญญาคุมทีมให้กับ ดาร์บี้เค้าท์ตี้

และดูเหมือนเขาจะไปได้ไกลกับอาชีพนี้เพราะสามารถพาทีมถล่มทีมยักษ์ใหญ่อย่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดคาบ้านมาแล้วในการแข่งขันคาราบาวคัพรอบที่ 3 และแน่นอนว่าด้วยผลงานที่โดดเด่นของเขาทำให้หลายคนเริ่มจับตามองว่าเขาน่าจะเป็นอีกหนึ่งกุนซือยังบลัดอนาคตไกลและหลังจากนี้ก็ต้องมาดูกันว่าเขาจะสามารถก้าวขึ้นมาคุมทีมในพรีเมียร์ลีกอังกฤษได้หรือไม่

สตีเวน เจอร์ราร์ด  อดีตนักเตะลูกหม้อของหงส์แดงลิเวอร์พูลวัย 38  ที่เริ่มเตะฟุตบอลตั้งแต่ระดับเยาวชนจนก้าวขึ้นสู่ชุดใหญ่และติดทีมชาติอังกฤษเป็นถึงกัปตันทีมขวัญใจมหาชนคนหงส์แดงทั่วโลก และก่อนจะอำลาอาชีพนักเตะสโมสรสุดท้ายที่เขาค้าแข้งด้วยนั่นคือ แอลเอกาแลกซี่ ก่อนที่ตัวจะหวนกลับคืนถิ่น เมลวู้ด อีกครั้งด้วยการเป็นกุนซือให้กับทีมเยาวชน

และได้รับโอกาสจาก เรนเจอร์ส เอฟซี หรือสโมส กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ให้เข้ามาร่วมคุมทีมชุดใหญ่อย่างเต็มตัวซึ่งทีมนี้ถือเป็นอีกทีมหนึ่งในลีกสกอตแลนด์ที่ตอนนี้กำลังทำผลงานได้ดี และดูเหมือนเขากำลังจะไล่ล่าตำแหน่งแชมป์ในฤดูกาลนี้

และแน่นอนว่าผลงานของ สตีเวน เจอร์ราร์ด กลายเป็นที่จับตามองของบรรดากูรูฟุตบอล แน่นอนว่าหลายคนคาดหวังให้เขาหวนกลับมาคุมทัพหงส์แดง ลิเวอร์พูล หากเมื่อไหร่ที่สิ้นสุดยุคของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็น่าจะเป็นเขาคนนี้ที่จะกลับมาคุมทีมรักของเขาอีกครั้ง

โรแบร์โต เด แซร์บี กุนซือวัย 39 ปีสายเลือดอิตาลีที่เริ่มรับงานคุมทีมตั้งแต่ฤดูกาล 2013 ซึ่งตอนนี้เขากำลังคุมทัพให้กับ ซาล ซู โอโล ทีมในลีกรองของอิตาลีและแน่นอนว่าผลงานของเขานั้นกำลังไปได้สวยกับการพาทีมทะยานขึ้นสู่อันดับที่ 3 ของตารางและหากฤดูกาลนี้ผลงานของเขาไม่ต่ำกว่า Top 4

เชื่อมั่นว่าเขาอาจจะได้รับการทาบทามจากบรรดาทีมที่อยู่ในลีกสูงกว่านี้ไม่ว่าจะเป็นในอิตาลีหรือหลีกอื่นและดูเหมือนเป็นกุนซือยังบลัดอีก 1 คนที่น่าจะมีอนาคตไกล

ผู้จัดการ หนุ่ม ไฟแรง ที่เคยเป็นดาวรุ่งมาก่อน

โฟลเรียน โคห์เฟลด์ท กุนซือวัย 35 ปีสายเลือดเยอรมันสำหรับคนนี้ถือว่าพิเศษกว่าคนอื่นเพราะเขาไม่เคยเป็นนักเตะอาชีพมาก่อนไม่เคยสังกัดกับสโมสรใดแต่ก้าวเข้ามาเป็นโค้ชด้วยวัยเพียง 30 กลางๆก็ถือว่าฝีไม้ลายมือไม่เบาเลยทีเดียวและตอนนี้เขากำลังคุมทัพให้กับแวร์เดอร์เบรเมนทีมดังในบุนเดสลีกาซึ่งเขาคุมทัพนี้มา 2 ฤดูกาลแล้ว

และกับการที่อยู่ในอันดับ 11 ของฤดูกาลนี้ก็ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียวและแน่นอนว่าถ้าเขาสามารถพาทีมจบในฤดูกาลด้วยอันดับที่สูงกว่านี้อนาคตของเขาคงไม่ได้อยู่แค่ทีมนี้อย่างแน่นอนอาจจะสามารถไปคุมทีมที่ใหญ่กว่านี้อันดับที่ดีกว่านี้แม้ว่าจะไม่เคยเป็นนักเตะอาชีพแต่ฝีไม้ลายมือของเขาก็การันตีได้แล้วว่าเขาไม่ธรรมดาจริง

ยูเลียน นาเกิลส์มันน์   กุนซือ สายเลือดเยอรมันด้วยวัยเพียง 31 ปีแต่ก้าวขึ้นมาเป็นกุนซือตั้งแต่วัย 29 และตอนนี้เขาคุมทีมให้กับสโมสรฮอฟเฟ่นไฮม์อีก 1 ทีมดังในบุนเดสลีกาและแน่นอนว่าเขาประกาศศักดากุนซือยังบัตรได้อย่างสมศักดิ์ศรี

และตอนนี้ทีมของเขานั้นยังอยู่ในอันดับที่ 6 ของบุนเดสลีกาด้วยและพ่วงด้วยการพาทีมลุยศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในรอบแบ่งกลุ่มและแน่นอนว่าในฤดูกาลนี้หากเข้าพาทีมจบด้วยอันดับที่สูงกว่านี้แน่นอนว่าหลายทีมดังจับตามองเขาอย่างแน่นอนแม้ว่าอายุยังน้อยแต่ กับการทำทีมให้อยู่ในอันดับ Top 10 ของบุนเดสลีกาได้นี่ก็ถือว่าไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน และมีข่าวออกมาแล้วว่าจบฤดูกาลนี้เจ้าตัวจะไปคุมทัพให้กับ อาร์เบ ไลป์ซิก

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือสัญชาตินอร์เวย์ ปัจจุบันอายุ 46 ปี อีก 1 ตำนานแมนยู เกิดที่เมือง คริสเตียนซุนด์ ประเทศ นอร์เวย์ ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ปี 1973 เริ่มต้นจากการเป็นนักเตะของ เคลาเซเนนเก้น ทีมในลีกดิวิชันสามของนอร์เวย์ จนมีผลงานที่น่าจับตามองโดยถูกทีม โมลด์ ในลีกสูงสุดของนอร์เวย์ โดยอยู่กับโมลด์ได้แค่ไม่นานก็ติดทีมชาติชุดใหญ่ของนอร์เวย์

หลังจากนั้นเส้นทางของโซลชาก็ได้มายังจุดสูงสุดของการเป็นนักเตะคือการได้ไปค้าแข้งกับยอดทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและแขวนสตั้ดกับทีมไปในที่สุด ภายหลังจากแขวนสตั้ดก็เริ่มเข้าสู่งานโค้ชกองหน้าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยในปี 2014 นั้นได้มีโอกาสในการคุมทีมครั้งแรกกับทีม คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ในช่วงครึ่งหลังฤดูกาล

แต่ก็ไม่รอดตกชั้นไปอยู่ดี สุดท้ายก็ได้งานใหม่อีกครั้งในการกลับไปคุมโฒลด์สโมสรที่เค้าแจ้งเกิด จนในปี 2018 ภายหลังมูรินโย่ได้ถูกปลดจากทัพปีศาจแดง ทำให้โซลชาได้มารับเผือกร้อนในการช่วยกู้ฟอร์มกลับมา และสามารถทำได้ดีมากทีเดียวด้วยการคุมทีมชนะ 8 เกมรวด ซึ่งก็ต้องรอกันต่อไปในฤดูกาลหน้าหลังจากที่มีการจัดทัพซื้อขายนักเตะใหม่ ว่าจะทำให้ฟอร์มกัลบมาคงเส้นคงวาได้หรือไม่

บอกได้คำเดียวว่าแฟนบอลไม่ควรพลาดกับการติดตาม ผู้จัดการ หนุ่ม ไฟแรง ยังบลัดทั้ง 6 ราย 2 สายเลือดเยอรมัน 2 สายเลือดอังกฤษและอีก 1 สายเลือดอิตาลีซึ่งถือว่าเป็นชาติมหาอำนาจทางฟุตบอลและโดยเฉพาะกับกุนซือเยอรมันซึ่งมักมีติดโผเข้ามาในกลุ่มกุนซือระดับเวิลด์คลาสอยู่แทบทุกครั้งที่มีการจัดอันดับเราก็ต้องมาติดตามกันว่าในบรรดา 5 กุนซือวัยหนุ่มเหล่านี้ใครจะมีอนาคตไกลมากที่สุด และสามารถทำทีมประสบความสำเร็จได้มากที่สุดแม้ว่าเขาเหล่านั้นจะไม่ได้แข่งกันโดยตรงแต่จากผลงานและการจัดอันดับต่างๆนั้นในอนาคตอีกไม่นานเราคงจะได้เห็นกุนซือทั้ง 5 คนโลดแล่นอยู่ในวงการฟุตบอลด้วยชื่อเสียงและการพาทีมประสบความสำเร็จในรายการต่างๆอย่างแน่นอน

ข้อมูลอ้างอิง The 20 best football coaches in the world

เรียบเรียงโดย bacilligen.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

x

Check Also

จอร์จ วอลล์

ตำนานนักเตะแมนยู : จอร์จ วอลล์ (George Wall) กองกลางแมนยู

ชื่อ                     :           จอร์จ วอลล์ (George Wall) สัญชาติ             ...